เชียงรายเตรียมพร้อมเปิดด่านพรุ่งนี้ 18 พฤษภาคม 2565

วันนี้ 17 พฤษภาคม 2565 ที่ด่านศุลกากรเชียงของ นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมความพร้อมเปิด 4 จุดผ่านแดนถาวร  ไทย – ลาว ให้บุคคลเดินทางเข้า – ออก จังหวัดเชียงราย หลัง ศบค.มท มีคำสั่งผ่อนคลายมาตราการโควิด – 19  มีนายพินิจ แก้วจิตคงทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงราย นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ นายอำเภอเชียงของ นายคฑาสิทธิ์ เนื่องหล้า นายอำเภอเชียงแสน นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอเวียงแก่น ตรวจคนเข้าเมือง นายด่านศุลกากร ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายพร้อมคณะ เดินทางด้วยรถยนต์ไปยังณ ห้องประชุมที่ว่าการแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่อยู่ตรงข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย  เพื่อร่วมหารือกับ  ท่านจอมสี รัตตะนะบัน ประธานสภาผู้แทนประชาชน แขวงบ่อแก้ว พร้อมด้วย ท่านเขื่อนเพ็ด วงจัน รองเจ้าแขวงบ่อแก้ว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ คณะผู้บริหารแขวงบ่อแก้ว เพื่อพูดคุยกำหนดข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศจะได้ประโยชน์ร่วมกันบนพื้นฐานมาตรการป้องกนโควิด-19   หลังการประชุมจังหวัดเชียงราย และแขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว มีความเห็นร่วมกันในการเปิดจุดแดนถาวร 4 จุด ประกอบด้วย จุดแดนถาวร ท่าเรือบั๊ก ต.เวียง อ.เชียงของ , จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพ 4 (เชียงของ – ห้วยทราย), จุดแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ (บ้านสบรวก) ต.เวียง อ.เชียงแสน และ จุดผ่านแดนถาวร (เยื้องหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน) ต.เวียง อ.เชียงแสน  โดย จ.เชียงราย จะทำการเปิดด่านตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2565  เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้หารือที่ประชุม เกี่ยวการเปิดจุดผ่อนปรนการค้า จำนวน 6 จุด อาทิเช่น จุดผ่อนปรนต้นผึ้ง ต.เวียง อ.เชียงแสน และจุดผ่อนปรนบ้านแจมป๋อง ต.หล่ายงาว  อ.เวียงแก่น  เป็นต้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้าสำหรับอุปโภคบริโภคในครัวเรือน เนื่องจากจุดผ่อนปรนดังกล่าวอยู่ห่างไกลจากด่านชายแดนถาวร ซึ่งแขวงบ่อแก้ว จะเร่งดำเนินกับทางส่วนกลาง คาดว่าน่าจะเปิดจุดผ่อนปรนได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้

อย่างไรก็ตาม  การเปิดให้มีการเดินทางผ่านจุดข้ามแดนถาวรให้ประชาชนสามารถเดินทางข้าม เข้า – ออก ได้อย่างสะดวก คงดำเนินการภายใต้มาตรการความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุข ตามที่ ศบค. กำหนด โดยผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย  ต้องเป็นผู้ที่ได้รับวัคซีนครบทั้งสามเข็ม ซึ่งไม่ต้องแสดงผลตรวจ RT – PCR  ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือรับวัคซีนไม่ครบ ให้ยืนยันผลตรวจ RT – PCR หรือ ATK  ที่เป็นลบไม่เกิน 72 ชั่วโมง หากพบว่าผลเป็นบวกให้เข้ารับการกักตัวเป็นเวลา 5 – 7 วัน หากเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทย สามารถเข้าพักสถานกักกันที่ราชการจัดให้  ส่วนผู้ที่เป็นบุคคลต่างด้าว จะต้องรับผิดชอบค้าใช้จ่ายเอง รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ต้องลงทะเบียน ผ่านแอพพลิเคชั่น Thailand Pass ด้วย ซึ่งช่วงเวลาการเดินทางเข้าออกด่านทั้ง 4 จุด ให้เป็นไปตามที่กฎหมายของทั้ง 2 ประเทศกำหนดอีกด้วย


Scroll to Top

แฉข่าวเด่น ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า