รพ.สระแก้วชี้แจงกรณีเด็กตายพร้อมปรับปรุง เสนอเยียวยา 4 แสน

รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว นัดแม่และญาติเด็ก 10 ขวบ รอผ่าตัดใส้ติ่งอักเสบจนเสียชีวิตชี้แจง พร้อมปรับปรุงบริการและเสนอเยียวยา 4 แสนบาท ตามมาตรา 41 แม่ระบุ ขอให้ลูกชายคนเดียวเป็นกรณีสุดท้าย ไม่ใช่กรณีศึกษา

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 7 มี.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์ ชั้น 3 ตึกผู้ป่วยนอก รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว อ.เมือง จ.สระแก้ว นพ.สุรสิทธิ์ จิตรพิทักษ์เลิศ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว มอบหมายให้ พญ.กนกพร ทองเลื่อน รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ ,นพ.วิทยา หอมฉุน รอง ผอ.ด้านบริการปฐมภูมิ และ นพ.ประชา สดแสงเทียน รอง ผอ.ด้านการพัฒนาระบบบริการและสนันสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ของ รพ.ส่วนที่เกี่ยวข้องกับกรณี คนไข้เด็กชายอายุ 10 ขวบ เสียชีวิตระหว่างรอผ่าตัดใส้ติ่งอักเสบ ระหว่างคืนวันที่ 3-4 มี.ค.ที่ผ่านมา

โดยญาติร้องเรียนถึงความล่าช้าในการรักษาคนไข้ จนเป็นเหตุให้เด็กซึ่งตอนไปโรงพยาบาลมีอาการเหมือนคนปกติ แค่ปวดท้องมาก สามารถเดินได้อย่างดี หลังตรวจพบว่า ใส้ติ่งอักเสบและรอผ่าตัดนานข้ามวันเกือบ 18 ชม.จนเสียชีวิต โดย รพ.ได้เชิญ นางสายหยุด สีทอง อายุ  39 ปี แม่ของ ด.ช.สงกรานต์ สีทอง อายุ 10 ปี ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วยญาติ ประมาณ 5-6 คน และทนายความ เข้ารับฟังการชี้แจงการรักษาและพูดคุยเรื่องการเยียวยา หลัง รพ.ตกเป็นข่าวทางสื่อสารมวลชนว่าไม่ทำการรักษาจนเด็กเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การพูดคุยดังกล่าว ทาง รพ.ไม่ยินยอมให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังการพูดคุยแต่อย่างใด โดยระหว่างการพูดคุยไปได้ระยะหนึ่ง ญาติของเด็กที่เสียชีวิตเป็นหญิงรายหนึ่งได้ร้องไห้เสียงดังออกมาในห้อง ระหว่างพูดคุยและฟังคำชี้แจงด้วย ซึ่งภายหลังมีการพูดคุยชี้แจงกับญาติไปนานกว่า 1 ชม. ทาง รพ.ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าไปถ่ายภาพ ระหว่างที่แม่ของเด็กที่เสียชีวิตเข้าไปพูดคุยกับ พญ.กนกพร และทีมแพทย์ เพื่อแสดงความเสียใจกับการสูญเสียลูกชายลูกชายคนเดียว และ รพ.รับปากจะแก้ไขปัญหานี้ในอนาคต โดยทาง รพ.ได้เตรียมเงินสด จำนวน 20,000 บาท เพื่อมอบให้ญาติสำหรับช่วยเหลือการจัดงานศพผู้เสียชีวิต ส่วนการเยียวยาหลังจากนี้ ทาง รพ.จะเป็นผู้ดำเนินการเสนอเรื่องการเยียวยาตามมาตรา 41 พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กรณีมีคนไข้เสียชีวิตจากกระบวนการรักษา ซึ่งจะได้รับเงินเยียวยาสูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ พ.ญ.กนกพร ทองเลื่อน รอง ผอ.ฝ่ายการแพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชสระแก้ว เปิดเผยว่า หลังเชิญญาติมาพูดคุยและทาง รพ.ได้ทบทวนกระบวนการรักษากับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาทั้งหมดว่า มีข้อบกพร่องอะไรในกระบวนการรักษาที่ทำให้เกิดการสูญเสียเกิดขึ้น และได้ชี้แจงกับญาติ โดยญาติได้ติดใจสงสัยในกระบวนการรักษาอยู่ ก็ได้พูดคุยทำความเข้าใจกับญาติว่า กระบวนการรักษาเป็นอย่างไร ตอนนี้ทางญาติก็ทราบและเข้าใจ ขณะนี้ทาง รพ.ถือว่า มีความสูญเสียเกิดขึ้นในกระบวนการรักษา ไม่ได้คุยกันว่า ใครผิดใครถูก หลังจากนี้จะได้เสนอไปทางกระทรวงเพื่อดำเนินการเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียตามระเบียบทางราชการต่อไป ขณะนี้เราพบกระบวนการให้บริการที่ทำให้เกิดการสูญเสีย เราต้องมาทบทวน โดยมีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและกระบวนการรักษาว่า ได้มาตรฐานหรือไม่ จำเป็นจะต้องปรับปรุงขบวนการรักษาให้ดีและรวดเร็วได้หรือไม่

“ในคืนที่เด็กเข้ามารักษาที่ห้องฉุกเฉิน ศัลยแพทย์เจ้าของไข้ไปตรวจคนไข้ที่ห้องฉุกเฉิน และได้ทำการรักษาและดูแลคนไข้ตลอด การที่ต้องรอเป็น 10 ชม.นั้น การวินิจฉัยอาจสงสัยว่า เป็นใส้ติ่งอักเสบหรืออาจจะเป็นโรคอื่นซึ่งอาจวินิจฉัยแยกโรคที่อาจเป็นไปได้อยู่หลายโรค จึงต้องมีการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ สแกนคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันก็จะต้องมีระยะเวลาตามมาตรฐานของการรักษา ” พญ.กนกพร กล่าวและว่า ถ้าเป็นใส้ติ่งอักเสบก็ต้องรักษาทันที แต่การผ่าตัดโดยไม่ใช่ใส้ติ่งอักเสบก็อาจจะผิดมาตรฐาน จำเป็นที่จะต้องรู้ว่าคนไข้เป็นอะไรก่อน  แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเด็กที่เสียชีวิตไม่ใช่กรณีฉุกเฉินใช่หรือไม่ พญ.กนกพร บอกเพียงว่า ก็เป็นไปตามกระบวนการ ส่วนที่เด็กเสียชีวิตไม่ใช่ว่า ใครผิดหรือผิดแล้วจึงเยียวยา เป็นการเยียวยาเรื่องการสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการรักษา ซึ่งจะเยียวยาเฉพาะมาตรา 41 เท่านั้น

ขณะเดียวกัน นางสายหยุด สีทอง อายุ  39 ปี แม่ของเด็กที่เสียชีวิต กล่าวว่า ขอให้มีการพัฒนาเรื่องของบุคคลากร องค์การให้รักษาคนไข้ให้เร็ว อย่าให้มีเคทแบบน้องอีก ซึ่งจากคำชี้แจงของ รพ.ก็พอใจในระดับหนึ่ง ทางหมอชี้แจงสาเหตุที่ให้รอนานเป็น 10 ชม.ว่า ตามกระบวนการที่ต้องใช้ความละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งแม่ก็ขอให้คุณหมอร่นระยะเวลาขั้นตอนให้มันกระชับฉับไว ต้องการให้บริการที่เห็นผลเร็ว ไม่ใช่รอจนทำอะไรไม่ทัน ทำให้เกิดการสูญเสีย โดยสิ่งที่แม่ต้องการคือ ไม่ต้องการให้กรณีของลูกเป็นกรณีศึกษา เพราะมิฉะนั้นจะมีเคทต่อไป แต่ขอให้ลูกเป็นกรณีสุดท้าย

นายยุทธนา  พึ่งน้อย  ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว


Scroll to Top

แฉข่าวเด่น ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า