หัวใจรั้วของชาติ! “พลทหารเดชศักดิ์” เปิดใจหลังเหยียบกับระเบิดขาขาด ยันไม่เสียใจ “ถ้าผมไม่โดน เพื่อนก็ต้องโดน” ด้านหลวงตาเยื้อนมอบเงินสมทบช่วย
สุรินทร์ – ภาพความประทับใจและความกล้าหาญของพลทหารหนุ่มที่ยอมเสียสละขาเพื่อทำหน้าที่แนวหน้า กลายเป็นกระแสส่งต่อกำลังใจไปทั่วประเทศ ล่าสุด “หลวงตาเยื้อน” รุดเยี่ยมถึงเตียงผู้ป่วย ชื่นชมหัวใจเด็ดเดี่ยว ขณะที่เจ้าตัวเผยความรู้สึกแรกหลังฟื้น “รู้ตัวว่าขาไม่อยู่แล้วตั้งแต่ตอนเหยียบ” แต่ยังห่วงเพื่อนที่ฐานกลัวประสบเหตุซ้ำ

พลังศรัทธาและกำลังใจจาก “หลวงตาเยื้อน”
เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 เวลา 10.00 น. ณ โรงพยาบาลสุรินทร์ หลวงตาเยื้อน พระเกจิชื่อดังได้เดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ พลทหารเดชศักดิ์ ตรีคำ เพื่อมอบกำลังใจและปัจจัยช่วยเหลือจำนวน 20,000 บาท โดยหลวงตาได้กล่าวชื่นชมในความกล้าหาญว่า “เก่งมากแล้ว ขอให้หายไวๆ” พร้อมทั้งขอบคุณทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาอย่างเต็มกำลัง ซึ่งสร้างขวัญและกำลังใจให้กับตัวพลทหารและครอบครัวเป็นอย่างมาก

“เป็นทหารถ้ากลัวตาย ก็อย่าออกรบ” เปิดนาทีวินาทีชีวิต
พลทหารเดชศักดิ์ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ได้เปิดเผยนาทีระทึกขณะปฏิบัติหน้าที่ว่า จุดเกิดเหตุเป็นเส้นทางที่เดินผ่านเป็นประจำและเคยมีการเคลียร์หน้าดินไปแล้วรอบหนึ่ง แต่เนื่องจากมีฝนตกหนักจนชะล้างหน้าดินและทำให้ดินอ่อนนุ่ม เป็นเหตุให้กับระเบิดที่ฝังอยู่ทำงานในขณะที่เขาก้าวผ่าน
แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสจนต้องสูญเสียขา แต่พลทหารหนุ่มกลับไม่มีความเสียใจในสิ่งที่เกิดขึ้น โดยระบุด้วยหัวใจแกร่งว่า “ผมรู้ตัวตั้งแต่ตอนเหยียบแล้วว่าขาผมไม่อยู่แล้ว” และย้ำว่าภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่แนวหน้า พร้อมฝากความเป็นห่วงไปยังเพื่อนทหารอีกกว่า 10 นายที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่ฐาน โดยเกรงว่าสภาพอากาศจะทำให้เกิดอันตรายในลักษณะเดียวกัน

น้ำตาผู้เป็นแม่ ภาคภูมิใจใน “วีรบุรุษ” ของครอบครัว
ทางด้าน นางอำคา ตรีคำ มารดาของผู้บาดเจ็บ เล่าทั้งน้ำตาถึงบทสนทนาแรกหลังลูกชายฟื้นขึ้นมาว่า ลูกชายเป็นฝ่ายปลอบใจแม่และยืนยันในเจตนารมณ์ของการเป็นทหารอาสาที่พร้อมสละชีพเพื่อชาติ โดยเขามักพูดเสมอว่า “ถ้าเขาไม่ขาขาด เพื่อนเขาก็ต้องขาขาด เป็นเรื่องปกติของทหารแนวหน้า” นางอำคากล่าวด้วยความภาคภูมิใจว่า แม้จะต้องยอมรับสภาพที่ลูกชายไม่สมบูรณ์เหมือนเดิม แต่ขอเพียงลูกมีชีวิตรอดก็เพียงพอแล้ว เพราะลูกชายคือเสาหลักที่รักครอบครัวมาก ปัจจุบันอาการของพลทหารเดชศักดิ์ดีขึ้นตามลำดับ เตรียมย้ายออกจากห้องไอ.ซี.ยู. เพื่อส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า กรุงเทพมหานคร ต่อไป
ขอบคุณกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศ
ในตอนท้าย พลทหารเดชศักดิ์ได้พยักหน้ารับรู้ถึงกำลังใจที่หลั่งไหลมาจากคนไทยทั่วประเทศ พร้อมกล่าวสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยพลังว่า “ผมสู้ครับ” เช่นเดียวกับผู้เป็นแม่ที่กราบขอบคุณทุกหน่วยงานและพี่น้องชาวไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามวิกฤตนี้
ภาพ/ข่าว เขมชาติชุณหกิจขจร/ รมิตา สิงหเสรี ผู้สื่อข่าวภูมิภาคจังหวัดสุรินทร์




