นาทีชีวิต! ลำเลียงพลทหารเหยียบกับระเบิดจากฐานเอราวัณขึ้นเฮลิคอปเตอร์ส่งโรงพยาบาลสุรินทร์ด่วน หลังถูกแรงระเบิดฉีกขาขวาขาดและขาซ้ายบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเผยผู้ป่วยสติสัมปชัญญะดีเยี่ยม ตอบโต้ได้ชัดเจน เตรียมผ่าตัดทำความสะอาดแผลป้องกันภาวะแทรกซ้อน
นาทีลำเลียงทางอากาศ: ส่งตัวพลทหารบาดเจ็บสาหัสถึงมือหมอ
เมื่อเวลา 08.46 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สนามบินพระยาสุรินทร์ภักดี จังหวัดสุรินทร์ เฮลิคอปเตอร์กองทัพบกได้ลงจอดฉุกเฉินเพื่อส่งตัว พลทหาร เดชศักดิ์ ตรีคำ อายุ 24 ปี พลปืนเล็กกล สังกัด ร้อย.ร.233 ซึ่งประสบอุบัติเหตุเหยียบกับระเบิดขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ ฐานเอราวัณ โดยมีรถพยาบาลโรงพยาบาลสุรินทร์สแตนบายรอรับเพื่อนำตัวเข้าสู่ตึกอุบัติเหตุและห้องฉุกเฉินทันที ท่ามกลางการประเมินอาการอย่างใกล้ชิดของทีมแพทย์สหวิชาชีพ

อาการบาดเจ็บ: ขาขวาขาดต่ำกว่าเข่าและแผลสะเก็ดระเบิด
นายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ เปิดเผยข้อมูลภายหลังการรับตัวผู้บาดเจ็บว่า พลทหารเดชศักดิ์ มีบาดแผลรุนแรงบริเวณขาข้างขวาซึ่งขาดตั้งแต่ช่วงต่ำกว่าหัวเข่าลงไป นอกจากนี้บริเวณขาข้างซ้ายยังพบร่องรอยการถูกสะเก็ดระเบิดอีกหลายจุด ทีมแพทย์จึงต้องนำตัวเข้าห้องผ่าตัดเพื่อทำความสะอาดบาดแผล (Debridement) และจัดการเนื้อเยื่อที่เสียหายเบื้องต้นเพื่อป้องกันการติดเชื้อ โดยคาดว่าอาจต้องเข้าห้องผ่าตัดซ้ำอีก 2-3 ครั้ง เพื่อตกแต่งบาดแผลให้สมบูรณ์และปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนมากที่สุด

กำลังใจเกินร้อย: สัญญาณชีพดีและสู้ไม่ถอย
แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลระบุว่า พลทหารเดชศักดิ์ มีกำลังใจที่เข้มแข็งมาก สามารถพูดคุยตอบโต้กับทีมแพทย์ได้อย่างดีเยี่ยม มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนและแสดงออกถึงจิตวิญญาณของทหารกล้าที่ไม่ยอมแพ้ต่ออาการบาดเจ็บ ซึ่งในส่วนของสัญญาณชีพยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สร้างความเบาใจให้กับทีมแพทย์และผู้ที่คอยเอาใจช่วย โดยทีมแพทย์ได้มีการกล่าวให้กำลังใจและยืนยันว่าจะใช้มาตรฐานการรักษาสูงสุดเพื่อดูแลพลทหารรายนี้

คำมั่นจากโรงพยาบาล: มั่นใจทีมแพทย์ดูแลดีที่สุด
ในท้ายที่สุด นายแพทย์ชวมัย ได้ให้คำมั่นสัญญาแก่ครอบครัวผู้บาดเจ็บและประชาชนชาวสุรินทร์ว่า ขอให้มั่นใจในศักยภาพของโรงพยาบาลสุรินทร์ โดยทีมแพทย์จะดำเนินการรักษาตามมาตรฐานสากลและดูแลอาการอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอน เพื่อให้พลทหารกล้าได้รับความปลอดภัยและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยเร็วที่สุด ขณะที่หน่วยงานต้นสังกัดเตรียมเข้าเยี่ยมและดูแลสวัสดิการอย่างเต็มที่ต่อไป




