“อัจฉริยะ” ท้าดีเบต “ชูวิทย์” ปมแฉดีลลับ “พรรคประชาชน-บิ๊กโจ๊ก” ยันข้อมูลเท็จ-ย้อนถามรับงานใครมา
กรุงเทพมหานคร – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 ณ สน.หัวหมาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เปิดเผยถึงกรณีที่ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาให้ข้อมูลเรื่อง “ดีลลับ” ระหว่างพรรคประชาชนและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล โดยยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง
ปัดข่าว “บิ๊กโจ๊ก” ขน 10 สส. แลกเก้าอี้รองนายกฯ
นายอัจฉริยะระบุว่า ข้ออ้างที่นายชูวิทย์กล่าวว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะนำ สส. พื้นที่ภาคใต้ 10 ที่นั่งไปแลกกับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เนื่องจาก:
- ขาดคุณสมบัติ: พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังมีคดีความติดตัว ทั้งคดีสินบนทองคำและเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- ฐานเสียงภาคใต้: พื้นที่ภาคใต้เป็นฐานเสียงหลักของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชาชาติ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จึงไม่มีศักยภาพที่จะหา สส. จำนวนมากขนาดนั้นมาต่อรองได้
แจงปมข้อมูล “ตั๋วช้าง-เบน สมิธ”
ในฐานะที่เคยเป็นที่ปรึกษาให้นายรังสิมันต์ โรม มากว่า 2 ปี นายอัจฉริยะยอมรับว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เคยให้ข้อมูลเรื่อง “ตั๋วช้าง” เพียงเรื่องเดียวเท่านั้น ส่วนกรณี “เบน สมิธ” ที่นายรังสิมันต์ โรม นำมาเปิดโปงนั้น เป็นข้อมูลที่สืบค้นจากอินเทอร์เน็ตและเบาะแสจากนักข่าวต่างประเทศ ไม่เกี่ยวข้องกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตามที่ถูกกล่าวอ้าง
ท้าดีเบต ถาม “ชูวิทย์” รับงานใคร?
นายอัจฉริยะได้กล่าวท้าทายให้นายชูวิทย์ออกมาดีเบตเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมตั้งคำถามว่านายชูวิทย์รับงานใครมาหรือไม่ เนื่องจากในอดีตนายชูวิทย์เคยสนับสนุนพรรคประชาชน (หรืออดีตก้าวไกล) และเดินหน้าโจมตีพรรคการเมืองอื่นมาโดยตลอด แต่กลับเปลี่ยนท่าทีมาโจมตีพรรคประชาชนในครั้งนี้




