“อัจฉริยะ” ร้องเอาผิด 104 คน แจ้งความเท็จช่วย “จีนเทา” พ้นห้องกัก ตม. เตรียมแฉหลักฐานมัด “ผู้พิพากษา-บิ๊กตำรวจ” ร่วมขบวนการ
กรุงเทพมหานคร – เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลรวม 104 ราย ในข้อหาแจ้งความเท็จ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มอาชญากรจีนเทาและแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลบเลี่ยงการส่งกลับประเทศจีน พร้อมเตรียมเปิดข้อมูลพาดพิงข้าราชการระดับสูงในกระบวนการยุติธรรม
เปิดโปงขบวนการแจ้งความเท็จ 3 โรงพัก
นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบพฤติการณ์การทำสำนวนในลักษณะช่วยเหลือผู้ต้องกักชาวจีนให้ออกจากห้องกัก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สวนพลู โดยใช้วิธีการแจ้งความเท็จในคดีอื่นเพื่อดึงตัวผู้ต้องหาออกมาจากการควบคุมของ ตม. ป้องกันไม่ให้ถูกส่งกลับไปรับโทษที่ประเทศจีน โดยพบข้อมูลการกระทำผิดใน 3 สถานีตำรวจหลัก ได้แก่:
- สน.หัวหมาก: พบรายชื่อผู้แจ้งความเท็จ 43 ราย
- สน.บึงกุ่ม: พบรายชื่อผู้แจ้งความเท็จ 39 ราย
- สน.อุดมสุข: พบรายชื่อผู้แจ้งความเท็จ 22 ราย
โดยนายอัจฉริยะได้ระบุชื่อพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความในแต่ละคดี พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจมีการทำเป็นขบวนการใหญ่ที่ขยายผลไปถึง ตม.จังหวัดเชียงราย ซึ่งคาดว่ามีผู้ต้องกักชาวจีนหลบหนีในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 150 คน
เตรียมแฉเส้นทางการเงินโยง “ผู้พิพากษา-นักการเมือง”
ประเด็นสำคัญที่ถูกจับตามอง คือการที่นายอัจฉริยะระบุว่ามีพยานหลักฐานทั้งคลิปเสียงและแชตการสนทนาที่เชื่อมโยงไปถึง ผู้พิพากษาศาลอาญา และ ข้าราชการตำรวจระดับสูง โดยอ้างพฤติการณ์ดังนี้:
- มีการใช้พื้นที่ภายในศาลอาญาเป็นสถานที่เจรจาวิ่งเต้นคดี
- มีการระบุว่านายหน้าชื่อ “เฮียคุณ” เป็นตัวกลางในการโอนเงินมัดจำจำนวน 2,500,000 บาท ให้กับผู้พิพากษาเพื่อแลกกับการประกันตัว
- ผู้เกี่ยวข้องในขบวนการมีทั้ง ทนายความ, อินฟลูเอ็นเซอร์ และนักการเมือง
จี้ ผบ.ตร. แสดงความจริงใจแก้ปัญหา
นายอัจฉริยะกล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเองยังไม่เห็นความชัดเจนในการแก้ไขปัญหานี้จาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. แม้จะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างรุนแรง เนื่องจากทำให้ต่างชาติมองว่ากระบวนการยุติธรรมไทยสามารถซื้อขายได้ด้วยเงิน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.) ตนจะนำหลักฐานเชิงลึกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนอีกครั้ง
ความคืบหน้าของคดี: ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.หัวหมาก ได้รับเอกสารหลักฐานเบื้องต้นเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบสวนตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป




