บิ๊กโจ๊ก รับคนไทยเหยื่อค้ามนุษย์ในกัมพูชา 49 คน บ่นห่วงเด็ก 200 กว่าชีวิต ไม่ได้เงินเยียวยา

“บิ๊กโจ๊ก” ประสานกัมพูชาช่วยคนไทย 49 คนกลับบ้าน พบสถิติตั้งแต่ปลายปี 64 สามารถช่วยคนไทยกลับมาแล้วเกือบ 500 ราย พร้อมเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินคดี คาดว่าอีก 2 สัปดาห์จะขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับเครือข่ายเอเย่นต์ทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา พร้อมกับด่ากราดเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ฯ เนื่องจากเหยื่อค้ามนุษย์ 216 คน ยังไม่มีใครได้รับเงินเยียวยาซักราย

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 4 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีปรากฏข่าวทางสื่อโซเชียลมีเดียและสื่อโทรทัศน์ต่าง ๆ ว่ามีคนไทยถูกหลอกลวงและบังคับให้ทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา และได้ร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยราชการไทย ให้ช่วยเหลือเดินทางกลับประเทศไทย ผ่านทางสื่อโซเชียลมีเดีย ตามที่ทราบแล้วนั้น กรณีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การช่วยเหลือเหยื่อคนไทยเป็นการเร่งด่วน พร้อมทั้งขยายผลถึงเครือข่ายผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกลุ่มองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้ ถือโอกาสที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจในช่วงโควิด-19 ซ้ำเติมประชาชน หลอกลวงไปบังคับใช้แรงงาน ทำงานผิดกฎหมายในต่างประเทศ ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปในสังคม

พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งขอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร .) และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. ประสานงานกับสถานทูตไทย ประจำประเทศกัมพูชา และผู้ช่วยทูตตำรวจไทย ประจำประเทศกัมพูชา จนกระทั่งสามารถช่วยเหลือคนไทยในกรุงพนมเปญและปอยเปต กลับมาได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งสิ้น 49 คน แบ่งเป็นชาย 30 ราย และหญิง 19 ราย หลังจากได้รับสั่งการจาก ผบ.ตร. ศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพตส.ตร .) ได้ประสานงานไปยังสถานทูตไทย ประจำประเทศกัมพูชา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การช่วยเหลือคนไทยกลุ่มนี้เป็นการด่วน

ทั้งนี้ จากการสอบสวนเบื้องต้น พบว่า ขบวนการดังกล่าวมีคนจีนเป็นหัวหน้า เคลื่อนไหวอยู่ในกรุงพนมเปญและหลายจังหวัดในประเทศกัมพูซา โดยมีพฤติการณ์ จะมีการลงโฆษณารับสมัครงานบนสื่อสังคมออนไลน์เฟซบุ๊ก กลุ่มไลน์ หลอกลวงว่า มีงานในประเทศกัมพูชา จ่ายค่าตอบแทนในอัตราที่สูงถึงเดือนละ 30,000 บาท หลังจากมีผู้หลงเชื่อมาสมัคร ได้มีการว่าจ้างขบวนการนำพาคนเดินทางเข้า-ออกประเทศโดยผิดกฎหมาย ทางช่องทางธรรมชาติ โดยกลุ่มผู้เสียหาย ให้การว่า พวกตนเดินเท้าผ่านป่าตามแนวตะเข็บชายแดน ข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา หลังจากนั้นจะมีรถมารับไปกักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งไม่ทราบชื่อ ต่อมา มีการส่งตัวให้กับกลุ่มนายทุนชาวจีน บังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย หากทำไม่ได้จะมีการซ้อม ทรมาน กักขัง และให้อดอาหาร หลังจากทราบว่า งานที่ทำไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน จึงได้รวมตัวกันแจ้งกับนายจ้างขอเดินทางกลับ แต่ได้ถูกนายจ้างปฏิเสธ มีการเรียกร้องเอาทรัพย์สิน กักขัง ให้อดอาหาร และทำร้ายร่างกาย และขู่ว่าจะเอาไปขายต่อให้นายจ้างเจ้าอื่น พวกตนจึงพยายามติดต่อญาติ เพื่อขอความช่วยเหลือจากทางการไทย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่กัมพูชา ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย และผู้ช่วยทูตตำรวจไทย ประจำประเทศกัมพูชา ช่วยเหลือคนไทยออกมาได้อย่างปลอดภัย

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.รองผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. กล่าวว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบัน ศพดส.ตร. ได้ช่วยเหลือคนไทยกลับมา 7 ครั้ง จำนวนทั้งสิ้น 474 คน และอยู่ระหว่างดำเนินคดีกับผู้ร่วมขบวนการจำนวนหลายราย โดยในวันนี้ ศพดส.ตร.ได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินคดี และกำหนดแนวทางในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ในพื้นที่ ซึ่งจากการประชุมพบว่า หลายคดีมีความคืบหน้าไปมาก คนไทยที่เดินทางกลับมาให้ความร่วมมือในการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง และได้มีการสั่งการในที่ประชุมให้มีการขยายผล เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกรายอย่างเฉียบขาด ซึ่งขณะนี้ทางตำรวจมีข้อมูลเอเย่นต์ทั้งหมดแล้ว คาดว่า ประมาณอีก 2 สัปดาห์ จะขออนุมัติหมายศาลออกหมายจับเครือข่ายเอเย่นต์ทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า  ระหว่างการประชุม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ระเบิดอารมณ์ พร้อมกับด่ากราดและตำหนิ เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อย่างรุนแรง เนื่องจากที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือคนไทยกลับมาจำนวนมาก ซึ่งมี 216 คน ที่เข้าข่ายตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ แต่กลับไม่ได้รับเงินเยียวยาแม้แต่บาทเดียวจาก พม. จึงสอบถามเจ้าหน้าที่ว่า ทำอะไรไปแล้วบ้าง ทำไมยังไม่มีการส่งหนังสือไปสอบถามเด็กและยังไม่มีการส่งแบบฟอร์มให้เด็กเซ็นต์เลยแม้แต่คนเดียว ซึ่งเจ้าหน้าที่่อ้างว่าอยู่ระหว่างประสานกับทีม พมจ.ในแต่ละจังหวัด พร้อมสั่งการให้ดำเนินการทันทีในวันพรุ่งนี้ เพราะมีเหยื่อที่กลับบ้านไปแล้วจำนวนมาก เนื่องจากตลอดทั้งปี พม.ไม่มีการจ่ายเงินเยียวยาให้เด็กที่ตกเป็นเหยื่อเลย สำหรับเป็นค่าส่งกลับเป็นรายกรณี จากเงินกองทุนป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ สำหรับกลุ่มที่เป็นผู้เสียหายจากการตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ และตามที่อัยการเป็นผู้แจ้งมา สำหรับผู้เสียหายที่สามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับสถิติการช่วยเหลือคนไทยกลับจากประเทศกัมพูชา ที่ผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก ตม.จว.สระแก้ว จำนวน 7 ครั้ง พบว่า ได้รับความช่วยเหลือจากต้นทาง 7 เมือง ในประเทศกัมพูชา ประกอบด้วย พนมเปญ ปอยเปต สีหนุวิลล์ เสียมเรียบ โพธิสัตย์ สวายเรียง และกำปอต เมื่อวันที่ 29 ต.ค.64 จำนวน 53 ราย ,15 พ.ย.64 จำนวน 62 ราย ,24 พ.ย.64 จำนวน 103 ราย ,1 ธ.ค.64 จำนวน 143 ราย ,21 ธ.ค.64 จำนวน 25 ราย , 23 ธ.ค.64 จำนวน 39 ราย และ วันนี้ (4 ม.ค. 64) จำนวน 49 ราย อยู่ระหว่างคัดแยก ซึ่งการช่วยเหลือ 6 ครั้งที่ผ่านมาพบว่า มีเหยื่อคนไทย จำนวน 216 ราย เข้าข่ายตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ส่วนอีก 209 ราย ไม่เข้าข่ายเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ จึงขอแจ้งขอความร่วมมือประชาชนที่ได้ทราบถึงพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนโดยทั่วไปไม่ตกเป็นเหยื่อ หรือพบเห็นการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว สามารถแจ้งข้อมูลมายัง ศูนย์พิทักษ์เต็ก สตรี ครอบครัว ป้องกัน ปราบปรามการค้ามนุษย์ และภาคประมง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) ที่ https://www.facebook.com/antihumantraffickingpolice หรือ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โทร 1599 เพื่อให้การช่วยเหลือและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดต่อไป

นายยุทธนา  พึ่งน้อย  ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว


Scroll to Top

แฉข่าวเด่น ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า