ช็อกทั้งแผ่นดิน! ดีเซล-เบนซิน ดีดพรวด 6 บาท แฉกองทุนน้ำมันฯ แบกไม่ไหว ปล่อยลอยตัวทำชาวบ้านกระเป๋าฉีก!
[กรุงเทพฯ – 26 มีนาคม 2569] กลายเป็นเช้าที่มืดมนของคนไทยทั่วประเทศ หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติ “ยาแรง” ปรับขึ้นราคาน้ำมันทุกชนิดรวดเดียว 6 บาทต่อลิตร มีผลทันทีเช้ามืดวันนี้ แฉพิกัดปั๊มน้ำมันทั่วประเทศคิวยาวเหยียดตั้งแต่เมื่อคืน หลังประชาชนแห่เติมตุนก่อนราคาใหม่จะประกาศใช้
แฉต้นตอ: กองทุนติดลบแสนล้าน รัฐบาลแบกไม่ไหว!
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงานแฉสาเหตุสำคัญที่ต้องขึ้นราคาแบบ “ช็อกโลก” ครั้งนี้ เป็นผลมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง จนราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในปัจจุบัน ติดลบทะลุหลักแสนล้านบาท จนรัฐบาลไม่สามารถแบกรับภาระการอุดหนุนราคาเพื่อตรึงไว้ที่เดิมได้อีกต่อไป จึงจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาขยับตามกลไกตลาดเพื่อรักษาเสถียรภาพกองทุนฯ
แฉผลกระทบ: “โดมิโน่ของแพง” จ่อถล่มปากท้องชาวบ้าน
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าราคาน้ำมัน คือผลกระทบลูกโซ่ที่กำลังจะตามมา แฉกลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและสินค้าอุปโภคบริโภคเตรียมปรับราคาขึ้นตามทันที เนื่องจากน้ำมันคือต้นทุนหลักในการผลิตและกระจายสินค้า คาดว่าหลังจากนี้ไม่เกิน 1 สัปดาห์ ราคาผักสด เนื้อสัตว์ และอาหารตามสั่ง จะขยับตัวสูงขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้ค่าครองชีพของประชาชนพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
เสียงสะท้อนจากชาวบ้าน: “สตาร์ทรถแต่ละที น้ำตาจะไหล”
ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็น พบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่รู้สึกตกใจและตั้งรับไม่ทันกับการขึ้นราคาสูงถึง 6 บาทในครั้งเดียว หลายคนตัดพ้อว่าลำพังค่าแรงขั้นต่ำและรายได้ในปัจจุบันก็แทบไม่พอกินอยู่แล้ว เมื่อมาเจอน้ำมันแพงซ้ำเติม ยิ่งทำให้การใช้ชีวิตลำบากขึ้นเป็นทวีคูณ
แฉข่าวเด่นสรุป:
แฉข่าวเด่นสรุป: การขึ้นภาษีหรือราคาแบบ “พรวดพราด” 6 บาทครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของคนมีรถ แต่มันคือวิกฤตปากท้องของคนทั้งประเทศ! รัฐบาลจะใช้วิธีบอกให้ประชาชน “ประหยัด” เพียงอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องมีมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนและรวดเร็ว ก่อนที่ฟันเฟืองเศรษฐกิจรากหญ้าจะหยุดชะงัก เพราะนาทีนี้… ชาวบ้านเขาไม่ได้แค่ปาดเหงื่อ แต่เขากำลังจะสำลักราคาน้ำมันตายกันหมดแล้วครับ!




