“นพศิลป์”นำทัพสืบบุกดอยลากคอโจรหมวกฟางชิงทอง 10 ล้าน ก่อนเผ่นซบพม่า

เจาะลึกปฏิบัติการ “ไล่ล่าโจรหมวกฟาง”: 21 วันแห่งการแกะรอย จากกลางกรุงสู่ชายแดนเชียงราย

จากเหตุอุกอาจกลางห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านสุขุมวิท เมื่อ “นายจะลอ” โจรสุดแสบสวมวิก-หมวกฟาง ควงปืนชิงทอง 198 บาท มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ก่อนทิ้งปริศนาไว้ในคลองประเวศฯ ปิดฉากด้วยการยกทัพขึ้นเหนือของ “ชุดสืบนครบาล” ที่กัดไม่ปล่อยจนตามรวบได้คากระท่อมริมเขื่อน

ชนวนเหตุ: อาชญากรรมที่ “เตรียมการมาอย่างดี”

ย้อนกลับไปเมื่อคืนวันที่ 30 มกราคม 2569 ความเงียบสงบในย่านสุขุมวิทถูกทำลายลง เมื่อคนร้ายในลุคแปลกตา สวมวิกผมยาวและหมวกฟาง บุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนจี้ชิงทรัพย์ร้านทอง กวาดทองคำน้ำหนักรวม 198 บาท พร้อมเงินสดไปกว่า 1.7 แสนบาท รวมความเสียหายมหาศาลกว่า 10 ล้านบาท

คนร้ายไม่ได้หนีอย่างไร้ร่องรอย เขาแสดงให้เห็นถึง “แผนประทุษกรรม” ที่ซับซ้อน ตั้งแต่การขโมยรถจักรยานยนต์มาพ่นสีเปลี่ยนสีใหม่ล่วงหน้าเป็นเดือน เพื่ออำพรางการติดตาม หลังก่อเหตุเขายังทิ้งรถและปืนลงคลองประเวศบุรีรมย์ ก่อนจะ “ว่ายน้ำหนี” เพื่อตัดวงจรกล้องวงจรปิด ทิ้งให้ตำรวจต้องงมหาหลักฐานท่ามกลางความมืด

ปฏิบัติการ “กัดไม่ปล่อย”: 3 สัปดาห์แห่งการชิงไหวชิงพริบ

ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ หรือที่วงการนักสืบเรียกว่า “จารย์นพ” เจ้าของฉายา “จบทุกจ็อบ” ได้สั่งระดมชุดสืบนครบาลและ สน.พระโขนง เปิดปฏิบัติการไล่ล่ามาราธอน

ตำรวจเริ่มต้นจากศูนย์ แกะรอยจากซากรถที่ถูกทิ้งและตะขอทองเพียงไม่กี่ชิ้นที่ตกอยู่ในจุดเกิดเหตุ จนกระทั่งพิสูจน์ทราบตัวบุคคลได้ว่าคือ “นายจะลอ กุ่ยแก้ว” ชายวัย 29 ปี ที่มีทักษะการเอาตัวรอดสูง แต่ด้วยเทคโนโลยีการสืบสวนยุค 2026 และความพยายามของชุดทำงานที่ไล่เช็กกล้องนับร้อยตัว ก็พบสัญญาณว่าโจรรายนี้กำลัง “หนีกลับบ้าน” ที่เชียงราย

นาทีปิดจ๊อบ: จนมุมคากระท่อมริมเขื่อน

19 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางความกดดันว่าคนร้ายจะหนีข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ชุดสืบนครบาลตัดสินใจ “ยกทัพขึ้นเหนือ” บุกเข้าพื้นที่เขื่อนแม่สรวย จ.เชียงราย ทันทีที่พบเป้าหมายกบดานอยู่ในกระท่อมริมน้ำ ตำรวจเข้าชาร์จตัวในจังหวะที่นายจะลอไม่ทันตั้งตัว

สภาพของ “โจรหมวกฟาง” ที่เคยอาจหาญกลางกรุง กลับกลายเป็นผู้ต้องหาที่ยอมจำนนด้วยหลักฐาน สารภาพสิ้นไส้ว่าชิงทองไปจริง โดยหวังจะนำเงินไปตั้งตัวใหม่ที่นอกประเทศ แต่สุดท้ายแผนที่วางไว้ดิบดีก็พังทลายลงเพราะความละเอียดของตำรวจ

บทสรุป: กู้ศรัทธาและความปลอดภัย

การจับกุมนายจะลอ ไม่ใช่แค่การจับกุมโจรชิงทองธรรมดา แต่เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า “ไม่มีที่ไหนให้โจรซ่อนตัว” ไม่ว่าจะพรางตัวด้วยวิกผม หรือหนีไปสุดขอบฟ้า พลังของชุดสืบสวนนครบาลยังคงเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ประชาชนวางใจได้

ขณะนี้ นายจะลอถูกคุมตัวกลับมาดำเนินคดีที่ สน.พระโขนง พร้อมกับการเร่งติดตามของกลางทองคำ 198 บาทที่เหลือ เพื่อนำกลับคืนสู่เจ้าของให้ครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์!

 


Scroll to Top

แฉข่าวเด่น ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า