ปิดฉากนาทีระทึกปทุมธานี! “บิ๊กแจ๊ส” กล่อมสำเร็จ “แอล” ยอมมอบตัว สารภาพชนวนหึงหวงทำพ่นพิษปิด 17 โรงเรียน
จากสถานการณ์ความตึงเครียดที่ปกคลุมพื้นที่อำเภอลาดหลุมแก้ว จนสร้างความหวาดผวาให้แก่คณะครู ผู้ปกครอง และบีบคั้นจนต้องประกาศสั่งปิดสถานศึกษาถึง 17 แห่ง ในที่สุดม่านแห่งความวิตกกังวลก็ได้คลี่คลายลง เมื่อ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ “บิ๊กแจ๊ส” นายก อบจ.ปทุมธานี เดินเครื่องประสานพลังครอบครัว เจรจาจนนายนพรัตน์ หรือ “แอล” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดียิงกู้ภัย ยอมก้าวออกจากมุมมืดมามอบตัวโดยละม่อม

เปิดใจหลังม่านความขัดแย้ง: เพียงแค่หึงหวงไม่ใช่เจตนาทำร้ายเด็ก ภายหลังการมอบตัว นายนพรัตน์ได้เปิดเผยความรู้สึกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเสียใจ โดยยืนยันหนักแน่นว่าชนวนเหตุทั้งหมดเริ่มต้นมาจาก “ความหึงหวง” ต่อภรรยาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนประเด็นที่ลุกลามจนกลายเป็นข่าวลือว่าเขาจะเข้าไปก่อเหตุร้ายในโรงเรียน นายนพรัตน์ยืนยันว่าเป็นความเข้าใจผิดที่คลาดเคลื่อนไปไกล “ผมเองก็เป็นคนพื้นที่ มีลูกหลานเรียนอยู่ที่นี่ ไม่เคยคิดจะทำร้ายเด็กนักเรียนเลย” เขากล่าวพลางแสดงความเสียใจที่ทำให้สังคมและเด็กๆ ต้องตกอยู่ในความหวาดผวาตลอดทั้งวัน

ศรัทธาและความเชื่อใจ: ทางออกเพื่อเลี่ยงการสูญเสีย กุญแจสำคัญที่ทำให้เหตุการณ์นี้จบลงด้วยดีคือ “ความเชื่อใจ” นายนพรัตน์ยอมรับว่าเหตุที่เลือกติดต่อมอบตัวผ่านบิ๊กแจ๊ส เพราะรู้สึกปลอดภัยในฐานะคนปทุมธานีด้วยกัน และหวั่นเกรงว่าหากถูกชุดสืบสวนไล่ล่ากดดันต่อไป อาจเกิดการปะทะที่นำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่คาดคิด ก่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายนพรัตน์ยังได้นำบิ๊กแจ๊สไปชี้จุดซ่อนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุบริเวณวัดสะพานสูง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าเขาต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างแท้จริง

บทสรุปของความสงบ: สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ระบุว่าจากการพูดคุยพบว่าตัวผู้ต้องหาไม่ได้มีอาการก้าวร้าวหรือคลุ้มคลั่งตามกระแสข่าวลือ การมอบตัวครั้งนี้จึงเป็นการพิสูจน์ความจริงและลดอุณหภูมิความตระหนกในพื้นที่ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาเพื่อส่งดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาเดิมจากพื้นที่จังหวัดชลบุรีต่อไป ทิ้งไว้เพียงบทเรียนเรื่องการสื่อสารในยามวิกฤต และคืนรอยยิ้มรวมถึงเสียงออดโรงเรียนให้กลับมาดังสนั่นที่อำเภอลาดหลุมแก้วอีกครั้ง




