เพลิงพิโรธเผาเรือยอร์ชหรูชาวสิงคโปร์ เสียหายยับไม่ต่ำกว่า 40 ล้าน”

วาเลนไทน์สีดำ! ไฟไหม้อู่ต่อเรือทับสะแก วอด “เรือยอร์ชหรู” มูลค่ากว่า 40 ล้าน

ประจวบคีรีขันธ์ – แทนที่จะเป็นวันแห่งความสุขกลับกลายเป็นฝันร้ายกลางกองเพลิง เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ครั้งใหญ่รับวันวาเลนไทน์ ณ อู่ต่อเรือยอร์ชริมทะเลทุ่งประดู่ เผาวอดเรือหรูขนาด 3 ชั้นที่สร้างมานานกว่า 3 ปี เสียหายยับเยินไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท

 

ควันดำพุ่งเสียบฟ้า เผาวอดใน 1 ชั่วโมง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 พ.ต.ท.วินัย ลายละเอียด สว.สอบสวน สภ.ทับสะแก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อู่ต่อเรือยอร์ชขนาดใหญ่ บริเวณหมู่ 2 ต.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัด และทีมดับเพลิงเกือบ 10 คัน

ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือเปลวเพลิงที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายใต้อู่หลังคาเมทัลชีท กลุ่มควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนมองเห็นได้ไกลกว่า 1 กิโลเมตร ท่ามกลางกระแสลมชายทะเลที่กรรโชกแรง และวัสดุไฟเบอร์กลาสซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วจนหลังคาเหล็กทนความร้อนไม่ไหวพังทรุดลงมา เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงจึงสามารถสยบเพลิงไว้ได้

พยานเล่านาทีระทึก: ไฟลามจากใต้ท้องเรือ

“พระสุพจน์” พระธุดงค์ที่กำลังนั่งปฏิบัติธรรมอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เล่านาทีระทึกว่า ขณะปฏิบัติธรรมเห็นกลุ่มควันพุ่งออกมาจากอู่ จึงรีบวิ่งไปดูพบไฟกำลังเริ่มไหม้บริเวณใต้ท้องเรือยอร์ช ท่านพยายามนำน้ำใส่ถังไปช่วยดับ แต่ด้วยลมที่แรงมากทำให้ไฟโหมลุกโชนจนเกินกำลังจะต้านทานได้ จึงรีบประสานเจ้าหน้าที่ทันที

ความเสียหายมหาศาล: เรือหรู 3 ปี กลายเป็นจุล

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบความเสียหายที่น่าสลดใจ ดังนี้:

  • เรือยอร์ชไฟเบอร์กลาสขนาดใหญ่: สูง 3 ชั้น รองรับได้ถึง 200 ที่นั่ง ซึ่งเป็นของนักลงทุนชาวสิงคโปร์
  • ระยะเวลาสร้าง: เรือลำนี้ก่อสร้างมาแล้วกว่า 3 ปี และกำลังอยู่ในขั้นตอนตกแต่งภายใน มีกำหนดส่งมอบในอีก 2 ปีข้างหน้า
  • ทรัพย์สินอื่น: ตู้คอนเทนเนอร์และอุปกรณ์การช่างจำนวนมากถูกไฟเผาจนเหลือแต่ซาก

โชคยังดีที่เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เนื่องจากตรงกับวันหยุดทำให้ไม่มีพนักงานปฏิบัติงานอยู่ภายในอู่

มูลค่าความเสียหายเบื้องต้นประเมินไว้ที่ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดว่าเพลิงเริ่มลุกไหม้จากใต้ท้องเรือได้อย่างไร ทั้งที่ไม่มีคนอยู่ทำงาน ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) จะเข้าตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

 


Scroll to Top

แฉข่าวเด่น ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า