เมื่อความลับไม่มีในคูหา! “สุดารัตน์” ประกาศศึก กกต. ฟ้อง ม.157 ปมบาร์โค้ดระบุตัวตนคนกาบัตรได้ จี้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งเลือกตั้งใหม่ทวงคืนความโปร่งใส
เปิดหน้าชน กกต.! คุณหญิงสุดารัตน์ รวมพลคน “ไม่ทน” ยื่นฟ้องศาลอาญาทุจริตฯ เอาผิด 7 เสือ กกต. หลังยอมรับบัตรเลือกตั้ง Track ย้อนกลับระบุชื่อคนลงคะแนนได้จริง ชี้เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างร้ายแรง เตรียมชงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลือกตั้งโมฆะ พร้อมชวนประชาชนส่งหลักฐานพิรุธทวงคืนคะแนนเสียงอธิปไตย
(กรุงเทพฯ – 13 กุมภาพันธ์ 2569) กลายเป็นประเด็นร้อนที่สั่นสะเทือนวงการการเมืองและกระบวนการยุติธรรมอีกครั้ง เมื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศเตรียมดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จากกรณีคำแถลงที่สร้างความตระหนกให้กับสังคม เมื่อ กกต. ยอมรับว่าระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถ “ตรวจสอบย้อนกลับ (Track)” ไปถึงตัวตนผู้ลงคะแนนได้ว่าใครเลือกพรรคการเมืองใด
คุณหญิงสุดารัตน์ ชี้ให้เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวคือการ “ฉีกหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้ง” ที่ต้องเป็นความลับอย่างชัดเจน โดยมองว่าข้ออ้างเรื่องการแยกต้นขั้วบัตรนั้นไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสร้างความไว้วางใจได้ ในเมื่อเครื่องมือที่ใช้มีความสามารถในการระบุตัวตนได้จริง การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยข้อพิรุธที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
สำหรับการเดินหน้าทางกฎหมาย พรรคไทยสร้างไทยจะแบ่งการต่อสู้ออกเป็น 2 เส้นทาง:
- เส้นทางอาญา: ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งมีโทษหนักถึงขั้นจำคุก
- เส้นทางรัฐธรรมนูญ: ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และกฎหมายเลือกตั้ง มาตรา 96 ที่คุ้มครองความเป็นลับของการลงคะแนน เพื่อนำไปสู่การสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม
นอกจากนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ ยังได้ใช้โอกาสนี้เชิญชวนพลังประชาชน “คนไม่ทน” ร่วมเป็นหูเป็นตา โดยการส่งข้อมูล หลักฐาน ภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอที่แสดงถึงความผิดปกติในการเลือกตั้ง เข้ามาที่เพจพรรคไทยสร้างไทย เพื่อใช้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญในการทวงคืนอำนาจอธิปไตยที่ถูกบิดเบือนไปกลับคืนสู่มือประชาชนอย่างแท้จริง




