สระบุรีเดือด! ผู้สมัครพรรคประชาชนยื่น กกต. จี้นับคะแนนใหม่หลังแพ้ภูมิใจไทยแค่ 871 แต้ม แฉพิรุธ “ไฟดับ-ไม่ติดผล” ขณะที่กลุ่มด้อมส้มบุกกดดัน-จี้สอบโกดังเก็บหีบบัตร ผอ.กกต.ยอมรับผิดปมข้อมูลคลาดเคลื่อน
แรงกระเพื่อมหลังเลือกตั้งที่จังหวัดสระบุรีส่อเค้ายืดเยื้อ เมื่อนายสรพัช ศรีปราชญ์ ผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาชน เขต 1 เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อสำนักงาน กกต. จังหวัดสระบุรี เพื่อเรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ หลังผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการระบุว่า นายสรพัชแพ้ให้กับนายขุนทอง แสนวิเศษ จากพรรคภูมิใจไทย ไปเพียง 871 คะแนนเท่านั้น

แฉพิรุธช่วงนับคะแนน: “ฝนตก-ไฟดับ-ผลไม่ติด” นายสรพัชเปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องร้องเรียนว่า ในวันเลือกตั้ง (8 ก.พ.) ช่วงที่กำลังนับคะแนนได้เกิดฝนตกลงมาอย่างหนักจนไฟฟ้าดับ ซึ่งอาจส่งผลต่อความโปร่งใสและเกิดข้อผิดพลาดในการนับ นอกจากนี้ยังพบว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) บางหน่วย ไม่มีการติดประกาศผลคะแนนที่นับเสร็จแล้วให้ประชาชนรับทราบ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผิดสังเกตและสร้างความคลางแคลงใจให้กับผู้ที่เฝ้าสังเกตการณ์

ด้อมส้มรวมตัวกดดัน จี้สอบความปลอดภัยหีบบัตร ในช่วงเย็นวันเดียวกัน กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคประชาชนหรือ “ด้อมส้ม” กว่า 40 คน ได้รวมตัวกันที่หน้า กกต.สระบุรี เพื่อทวงถามความชัดเจน โดย ผอ.กกต. และปลัดจังหวัดได้เชิญตัวแทนเข้าร่วมประชุมชี้แจงนานนับชั่วโมง ประเด็นที่กลุ่มมวลชนให้ความสำคัญคือการเก็บรักษาหีบบัตรเลือกตั้ง ซึ่งตัวแทนที่ลงไปตรวจสอบสถานที่ระบุว่า ห้องเก็บหีบบัตรไม่มีความปลอดภัยเพียงพอ หน้าต่างบานเลื่อนเปิดออกได้ง่าย และกล้องวงจรปิดมีน้อยเกินไป จน กกต. ต้องรับปากว่าจะติดตั้งกล้องเพิ่มและยินดีให้มวลชนนำกล้องส่วนตัวมาช่วยติดเสริมเพื่อความสบายใจ

กกต. ยอมรับผิดปม “กราฟิกคลาดเคลื่อน” ยันไม่กระทบคะแนนจริง ด้านนายณัฐวรรธน์ วงศ์อิสรภาพ ผอ.กกต.จ.สระบุรี ได้ชี้แจงข้อสงสัยเรื่องผลคะแนนที่ส่งต่อในโซเชียลคลาดเคลื่อนว่า กกต. ยอมรับในความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจริง โดยสาเหตุเกิดจากการเร่งรีบทำอินโฟกราฟิกเพื่อรายงานผลอย่างไม่เป็นทางการตามคำเรียกร้องของประชาชน จนทำให้ข้อมูลจากร้านทำป้ายและการรวมยอดผู้มีสิทธิ์นอกเขตเกิดความซ้ำซ้อน แต่ยืนยันว่าความผิดพลาดนี้เป็นเพียงเรื่องการสื่อสารข้อมูลเบื้องต้น ไม่กระทบต่อ “คะแนนจริง” ในใบ สส. 6/1 ที่มีกรรมการเซ็นกำกับอย่างถูกต้อง
สำหรับคำร้องขอนับคะแนนใหม่ กกต.สระบุรีจะรวบรวมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงทั้งหมดส่งให้ กกต. กลางเป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยบรรยากาศการพูดคุยจบลงอย่างสงบภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง




