เจาะลึกมหากาพย์แค้นรัชดา 10: อดีตเทศกิจรัวยิงวิน จยย. ดับอนาถ แฉปมระเบิดโทสะถูกเดินกร่างขวางทาง-ท้าให้ยิงมานับปี
เหตุการณ์สะเทือนขวัญกลางกรุงครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 26 มกราคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณวินจักรยานยนต์รับจ้าง หน้าเอสเอ็ม แมนชั่น ภายในซอยรัชดาภิเษก 10 (แยก 11-2) แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
สภาพที่เกิดเหตุ: กระสุนเจาะขมับดับคาวิน
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างของ นายขวัญทูล หรือ “ตาทูน” อายุ 62 ปี อดีตอาสาสมัครทหารพรานที่เกษียณอายุมาประกอบอาชีพขับวินจักรยานยนต์ (เบอร์ 2) สภาพศพนั่งหงายหลังอยู่บนโต๊ะม้านั่งไม้ประจำวิน สวมเสื้อกั๊กสีส้ม ตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม. เข้าที่หน้าผาก 1 นัด และที่ขาซ้ายอีก 1 นัด รวม 2 นัดซ้อน ใกล้กันพบปลอกกระสุนตกอยู่ 2 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ย้อนรอยปมขัดแย้ง: เพื่อนบ้านที่กลายเป็นศัตรู
จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายธรรมศักดิ์ หรือ “จุ๊” อายุ 63 ปี อดีตเจ้าหน้าที่เทศกิจเขตราชเทวี ซึ่งพักอาศัยอยู่ในซอยเดียวกัน ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 50 เมตร ทั้งคู่รู้จักกันมานานและเคยร่วมนั่งดื่มสังสรรค์กันมาก่อน แต่ความสัมพันธ์เริ่มแตกหักจนกลายเป็นความแค้นสะสมนานหลายปี โดยมีมูลเหตุจาก:
- พฤติกรรมส่วนตัว: นายจุ๊อ้างว่านายทูนมักชอบเดินกร่างขวางถนนในซอยที่คับแคบเพื่อแกล้งตนและครอบครัวเวลาเดินทางเข้า-ออก
- เสียงรบกวน: นายทูนชอบดื่มเหล้าและเปิดเพลงเสียงดังในวิน สร้างความไม่พอใจให้นายจุ๊มาโดยตลอด
- การท้าทาย: ทั้งคู่เคยท้ายิงกันมาแล้วเมื่อ 2 เดือนก่อน จนมีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อปีที่ผ่านมา
นาทีสังหาร: “แอ่นอกท้าลูกปืน”
พยานในที่เกิดเหตุเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นนายทูนนั่งกินข้าวตามปกติก่อนจะกลับมานั่งรอลูกค้าที่วิน ต่อมานายจุ๊ขี่รถจักรยานยนต์กลับจากไปใส่บาตรและซื้อสังฆทาน เมื่อขี่ผ่านวินเกิดการมองหน้ากันจนมีปากเสียงรุนแรง นายจุ๊จึงขี่รถกลับเข้าบ้านไปหยิบอาวุธปืนบาเรตต้า 9 มม. แล้วย้อนกลับมาหานายทูนอีกครั้ง
เมื่อเห็นคู่กรณีถือปืนมา นายทูนซึ่งเป็นอดีตทหารพรานกลับไม่สะทกสะท้าน ยืนขึ้นแอ่นอกท้าทายว่า “ยิงเลย ถ้าแน่จริงให้ยิงเลย” นายจุ๊ที่อยู่ในอารมณ์บันดาลโทสะจึงตัดสินใจลั่นไกนัดแรกเจาะที่ขาก่อนจะตามไปจ่อยิงซ้ำที่ขมับจนนายทูนหงายหลังเสียชีวิตทันที
การหลบหนีและการมอบตัวที่ไร้ความกดดัน
หลังก่อเหตุ นายจุ๊ขี่รถกลับบ้านไปเก็บปืนและบอกลูกชายว่าไปยิงคนมา จากนั้นว่าจ้างวินจักรยานยนต์ไปหาภรรยาที่สำนักงานเขตสวนหลวงเพื่อปรึกษาเรื่องทนายความ ก่อนจะตัดสินใจเรียกแท็กซี่เพื่อมามอบตัวที่ สน.ห้วยขวาง
นายกิตติศักดิ์ โชเฟอร์แท็กซี่ เล่าด้วยความระทึกว่า รับนายจุ๊มาจากย่านสวนหลวง ระหว่างทางนายจุ๊ไม่มีอาการเครียดหรือกระวนกระวาย แต่มีการโทรศัพท์บอกปลายสายตลอดเวลาว่า “เมื่อเช้าไปยิงคนมา ทะเลาะกันมาหลายครั้ง วันนี้เหลืออดจริงๆ” จนกระทั่งมาถึงโรงพักโดยมีลูกชายมารอรับอยู่ก่อนแล้ว
บทสรุปทางกฎหมาย: เสียใจแต่สายเกินไป
นายจุ๊ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยระบุว่ารู้สึกเสียใจและอยากขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต แต่ที่ทำไปเพราะความกดดันที่ถูกสะสมมานานจนถึงจุดระเบิด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาหนัก:
- ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
- พ.ร.บ.อาวุธปืน (พกพาและใช้ปืนผิดกฎหมาย)
ทางด้านทนายความเตรียมหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวในชั้นศาลอาญารัชดาในวันที่ 27 มกราคม 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีพฤติการณ์รุนแรง




