เจาะลึกภารกิจ 191 สกัดสิบล้อ “พรางขิง” ซุกยาบ้า 4.7 ล้านเม็ด พร้อมเกาะติดคดี “ทนายดัง” อนาจารสาว 18
[กรุงเทพมหานคร – 25 มกราคม 2569] ในรอบวันที่ผ่านมา กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เปิดเผยผลการปฏิบัติงานด้านความมั่นคงที่น่าสนใจถึง 2 ประเด็นใหญ่ ทั้งปฏิบัติการไล่ล่าเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติที่พยายามแหกด่านหนีจนรถพุ่งตกคลอง และความคืบหน้าคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรในแวดวงกฎหมายที่ตกเป็นจำเลยสังคมในขณะนี้

💥 ปฏิบัติการระทึกริมคลองมหาราช: สิบล้อแหกด่านพุ่งตกคลอง
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) ร่วมกับหน่วยข่าวกรองทหาร กองทัพบก ได้รับเบาะแสสำคัญว่าจะมีการลำเลียงยาเสพติดลอตมหึมาจาก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ โดยใช้รถบรรทุกสิบล้อสีขาวอำพรางพืชผลทางการเกษตร
- พฤติการณ์แห่งคดี: เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เฝ้าสังเกตการณ์จนพบรถเป้าหมายมีพฤติกรรมน่าสงสัย พยายามหลีกเลี่ยงด่านตรวจหลักและหันไปใช้เส้นทางเปลี่ยวริมคลองมหาราช จ.ลพบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น คนขับได้ตัดสินใจเหยียบคันเร่งหนีสุดชีวิตจนเสียหลัก พุ่งตกลงไปในคลองส่งน้ำชลประทาน
- แผนอำพรางพนักงาน: ตรวจค้นภายในรถพบยาบ้าบรรจุในกระสอบจำนวน 21 กระสอบ รวมประมาณ 4,790,000 เม็ด โดยใช้ “ขิงสด” บรรจุถุงดำวางซ้อนทับไว้อย่างมิดชิดเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ มูลค่าของกลางและทรัพย์สินรวมกว่า 150 ล้านบาท
- ผลการสอบสวน: นายสมจิต อายุ 41 ปี ผู้ต้องหา รับสารภาพว่ารับจ้างขนยาเสพติดเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกทำงานสำเร็จและได้รับเงินค่าจ้างสูงถึง 300,000 บาท

⚖️ คดี “ทนายดัง” อนาจารสาว 18: ผบช.น. ยันเดินหน้าตามพยานหลักฐาน
อีกหนึ่งประเด็นที่สังคมจับตามองคือคดีของ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ ทนายแก้ว ที่ถูกนักศึกษาสาววัย 18 ปี แจ้งความเอาผิดในข้อหากระทำอนาจาร ซึ่ง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้ยืนยันขั้นตอนทางกฎหมายดังนี้:
- มาตรการดูแลเยาวชน: พนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง ได้จัดเตรียมพนักงานสอบสวนหญิงเพื่อสอบปากคำผู้เสียหายตามคำร้องขอ เพื่อความสบายใจและลดผลกระทบทางจิตใจในการให้ข้อมูลคดีที่ละเอียดอ่อน
- หลักฐานมัดตัว: ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานสำคัญ ทั้งบทสนทนาทางโซเชียลมีเดีย และคำแถลงข่าวของผู้ถูกกล่าวหาที่มีการยอมรับพฤติกรรมบางส่วน เพื่อประกอบการพิจารณาออกหมายเรียกในเร็วๆ นี้
- คำเตือนถึงสังคมออนไลน์: ผบช.น. ฝากเตือนประชาชนในการแสดงความคิดเห็นบนสื่อสังคมออนไลน์ว่าควรอยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่กระทบสิทธิส่วนบุคคล เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกฟ้องร้องหมิ่นประมาทกลับในภายหลัง




