“พิพัฒน์” แถลงสรุปเหตุเครนถล่ม 2 จุด ดีเดย์มาตรการเข้มสั่งปิดจราจร 100% – จ่อยกเลิกสัญญา ITD หลังพบละเลยความปลอดภัย
กระทรวงคมนาคม (23 มกราคม 2569) – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แถลงสรุปผลตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีเครนก่อสร้างถล่ม 2 จุดใหญ่ (สีคิ้ว และ พระราม 2) ภายในกรอบเวลา 7 วันตามสั่งการนายกรัฐมนตรี พร้อมประกาศมาตรการเด็ดขาดเพื่อกู้ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน
สรุปสาเหตุความบกพร่องทางวิศวกรรม
- กรณีอำเภอสีคิ้ว (รถไฟความเร็วสูง): พบว่าสาเหตุเกิดจากสลักเกลียวกำลังสูง (PT-Bar) ที่ยึดฐานรองเครนขาดระหว่างการเคลื่อนย้าย ทำให้ฐานรองรับด้านหน้า (Front Support) เสียสมดุลและร่วงหล่น ประเด็นสำคัญคือมีการปฏิบัติงานโดยไม่ปิดการจราจรด้านล่าง ซึ่งเป็นการละเลยข้อกำหนดความปลอดภัยอย่างร้ายแรง
- กรณีถนนพระราม 2 (M82): เกิดจากการทรุดตัวของจุดรองรับด้านหน้า (Front Main Support) ของชุดคานยก เนื่องจากระบบยึดรั้งไม่สอดคล้องกับแรงกระทำจริงขณะปฏิบัติงาน ถือเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างระบบที่ต้องแก้ไขใหม่ทั้งหมด
ยุทธศาสตร์ความปลอดภัย 5 มิติ (ปฏิบัติทันที)
- พื้นที่ก่อสร้างปลอดภัย 100% (Safety Zone): ห้ามก่อสร้างเหนือทางรถไฟหรือถนนขณะมีการจราจร หากมีการยกติดตั้งอุปกรณ์ ต้องปิดการจราจร 100% เท่านั้น
- ยกเครื่องระบบตรวจสอบ: ตรวจทานแบบและรายการคำนวณใหม่ และติดตั้งระบบ Structural Health Monitoring (SHM) หรือเซนเซอร์ตรวจวัดโครงสร้างแบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง
- เปลี่ยนผู้ปฏิบัติงาน: ในจุดเสี่ยงสูง (โครงการ M82) ให้ยุติการดำเนินงานของผู้รับเหมารายเดิม (ITD) ทันที และใช้บริษัทผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านระดับสากลเข้าดำเนินการแทน
- วิศวกรอิสระตรวจสอบ (Third Party): เชิญวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) เข้ามาตรวจสอบและมีอำนาจสั่งหยุดงานทันทีหากพบความเสี่ยง
- การสื่อสารที่โปร่งใส: เปิดเผยข้อมูลทางวิศวกรรมให้ประชาชนทราบอย่างตรงไปตรงมา
มาตรการลงโทษและ “สมุดพกผู้รับเหมา”
กระทรวงคมนาคมจะใช้หลัก “นิติวิศวกรรม” (Forensic Engineering) เพื่อชี้ชัดผู้กระทำความผิดทั้งในระดับปฏิบัติการและบริหารภายใน 45 วัน เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งทางแพ่งและอาญา โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือ:
- ระบบตัดแต้ม: บันทึกประวัติความบกพร่องและอุบัติเหตุลงในสมุดพกผู้รับเหมา
- การขึ้นบัญชีดำ (Blacklist): หากผู้รับเหมามีคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์หรือเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก จะถูกห้ามรับงานของกระทรวงคมนาคมหรือภาครัฐอีกต่อไป
- ปฏิรูปสัญญา: กำหนดให้มาตรการความปลอดภัยเป็นเงื่อนไขสำคัญ หากไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าผิดสัญญาและถูกยกเลิกสัญญาทันที
“เรายอมให้โครงการล่าช้าเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่จะไม่ยอมให้เกิดความสูญเสียซ้ำอีก” นายพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย




