วิกฤตสแกมเมอร์ล่มสลาย! ชาวอินโดนีเซียกว่า 1,400 คน แห่ขอความช่วยเหลือทะลักสถานทูตในพนมเปญ หลังกัมพูชาเปิดปฏิบัติการกวาดล้างใหญ่ จับกุมตัวการส่งจีน
พนมเปญ, กัมพูชา (21 มกราคม 2569) – เกิดปรากฏการณ์คนนับพันแห่ออกจากศูนย์ฉ้อโกงทางไซเบอร์เพื่อขอความช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตอินโดนีเซียประจำกรุงพนมเปญ หลังรัฐบาลกัมพูชาประกาศเดินหน้ากำจัด “อุตสาหกรรมมืด” อย่างเด็ดขาดตามคำกดดันของนานาชาติ
ยอดทะลักสถานทูต: 5 วัน 1,400 ราย ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 16-20 มกราคม 2569 มีชาวอินโดนีเซียรวม 1,440 คน เดินทางออกจากศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์ (Scam Compounds) ในจังหวัดต่างๆ ทั่วกัมพูชา เช่น สีหนุวิลล์ , บาเวต และพนมเปญ เพื่อมาขอความช่วยเหลือที่สถานทูต โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- คลื่นระลอกใหญ่ที่สุด: เมื่อวันที่ 19 มกราคม วันเดียวมีคนเดินทางมาถึง 520 คน จนแถวยาวล้นออกมานอกพื้นที่สถานทูต
- สภาพผู้เสียหาย: ส่วนใหญ่ไม่มีหนังสือเดินทาง (ถูกยึดโดยนายจ้างชาวจีน) และไม่มีเอกสารเข้าเมืองที่ถูกต้อง
- วิกฤตปี 2569: เฉพาะช่วง 20 วันแรกของปีมกราคม สถานทูตรับเคสไปแล้วกว่า 1,576 ราย ซึ่งถือว่าพุ่งสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปี 2568 ทั้งปีที่มีจำนวน 5,088 ราย
จุดเปลี่ยนสำคัญ: การจับกุม “เฉิน จื้อ” ตัวการใหญ่ ปฏิบัติการครั้งนี้เข้มข้นขึ้นหลังจากกัมพูชาทำการจับกุมและเนรเทศ “เฉิน จื้อ” (Chen Zhi) มหาเศรษฐีชาวจีนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บงการเครือข่ายสแกมเมอร์ระดับพันล้านดอลลาร์ ส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่จีนเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มมิจฉาชีพเกิดอาการระส่ายระส่าย บางศูนย์ยอมปล่อยตัวคนงานออกมาเองก่อนที่จะโดนตำรวจบุก
ท่าทีรัฐบาลกัมพูชาและอาเซียน นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้ให้คำมั่นสัญญาที่จะ “กำจัด” ปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ให้หมดไปจากประเทศ ขณะที่เอกอัครราชทูตอินโดนีเซียแสดงความเชื่อมั่นว่า นี่คือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง เนื่องจากเห็นผลลัพธ์จากการปิดตัวของฐานที่มั่นหลายแห่ง
ขณะนี้ทางการอินโดนีเซียกำลังประสานงานกับ ตม.กัมพูชา เพื่อขอลดค่าปรับการอยู่เกินกำหนด (Overstay) และเร่งออกเอกสารเดินทางฉุกเฉินเพื่อส่งตัวพลเมืองทั้งหมดกลับบ้านโดยเร็วที่สุด




