อวสานพระจีวรบิน! โดดหน้าผาหนีตำรวจ ปิดฉากคดีโหดซ้อมเมียขังลืม

ล่าระทึก “พระจีวรบิน” โดดหน้าผาหนีคดีขังลืมเมียดับจนศพเน่า ปิดตำนาน 10 ปีใต้ร่มกาสาวพัสตร์

จากคดีสะเทือนขวัญ “ขังลืม” ที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังนานนับทศวรรษ สู่ฉากไล่ล่ากลางป่าเขาที่ยิ่งกว่าในภาพยนตร์ เมื่ออดีตสามีโหดที่แฝงตัวในผ้าเหลือง พยายามใช้ “หน้าผา” เป็นเส้นทางหนีตายสุดท้าย แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหนีกฎหมายพ้น

10 ปีที่แล้ว: กุญแจดอกนั้น และกลิ่นที่โชยออกมา

ย้อนกลับไปในเดือนสิงหาคมปี 2557 ณ ห้องเช่าแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต เพื่อนบ้านเริ่มได้กลิ่นเหม็นไหม้คละคลุ้งผิดปกติโชยออกมาจากห้องที่ถูกล็อคกุญแจไว้อย่างแน่นหนาจากด้านนอก เมื่อเจ้าหน้าที่พังประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏคือร่างไร้วิญญาณของ น.ส.นงเยาว์ ที่นอนเสียชีวิตจนสภาพศพเริ่มเน่าเปื่อย

ฆาตกรไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ นายสันติ หรือ “อ็อด” แฟนหนุ่มผู้ขี้หึงหวง ในวันเกิดเหตุเขาดื่มเหล้าจนขาดสติ ลงมือทุบตีแฟนสาวจนแน่นิ่งไป แทนที่จะพาไปส่งโรงพยาบาล นายอ็อดกลับเลือกที่จะ “ล็อกกุญแจห้องจากภายนอก” ทิ้งให้เธอนอนหายใจรินรินอยู่เพียงลำพังจนสิ้นใจตาย และหลบหนีไปทิ้งไว้เพียงปริศนาว่าเขาหายไปไหน?

การกบดานในผ้าเหลือง

เวลาผ่านไปเกือบ 10 ปี นายอ็อดเลือกใช้ “ผ้าเหลือง” เป็นเกราะกำบัง เขาเดินทางข้ามประเทศมายังจังหวัดนครพนม บวชเป็นพระและจำวัดอยู่ที่สำนักสงฆ์ห่างไกล โดยหวังว่ากาลเวลาจะช่วยลบเลือนรอยเลือดในอดีต แต่เขาคิดผิด… พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และทีมชุดปฏิบัติการพิเศษ (คอมมานโด) ยังคงกัดไม่ปล่อย จนสืบทราบที่กบดานและนำกำลังเข้าปิดล้อม

ฉากสุดท้าย: อุบายกราบพระและจีวรบิน

นาทีที่เจ้าหน้าที่ปรากฏตัว นายอ็อดในคราบพระสงฆ์ยังคงมีสติพรรษาแก่กล้า เขาขอใช้สิทธิครั้งสุดท้ายอ้างว่า “ขอขึ้นไปกราบพระพุทธรูปบนยอดเขาเพื่อทำพิธีลาสิกขาด้วยตัวเอง”

ด้วยความเคารพในสมณเพศ เจ้าหน้าที่จึงยอมให้เขาขึ้นไปโดยไม่ได้ใส่กุญแจมือ แต่ทันทีที่สบโอกาส “พระอ็อด” กลับทำเรื่องที่ทุกคนไม่คาดคิด เขาตัดสินใจ กระโดดลงจากหน้าผาสูงกว่า 4 เมตร! ก่อนจะใช้ความชำนาญพื้นที่วิ่งหนีลัดเลาะไปตามสันเขาเป็นระยะทางกว่าครึ่งกิโลเมตร

ตำรวจชุดคอมมานโดต้องเปิดฉากไล่ล่ากลางป่าเขาที่ลาดชันอย่างกระชั้นชิด ท่ามกลางสถานการณ์ที่กดดันจนมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ แต่สุดท้าย “จีวรบิน” ก็ไปไม่รอด นายอ็อดถูกรวบตัวได้ในสภาพหมดฤทธิ์

ปิดคดีหึงโหด

นายอ็อดสารภาพสิ้นไส้ว่าทำไปเพราะความหึงหวงและมึนเมา หลังจับศึกและคุมตัวกลับไปยัง สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต ความยุติธรรมที่รอนานถึง 10 ปีก็เริ่มทำงานอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงอุทาหรณ์ว่า “ไม่ว่าจะหนีไปสุดขอบฟ้า หรืออาศัยบารมีธรรมบังหน้า กรรมที่ก่อไว้ก็พร้อมจะตามทันเสมอ”

 


Scroll to Top

แฉข่าวเด่น ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า