เจาะลึกขบวนการ “โอมิลวงรัก” เมื่อแม่แท้ๆ ใช้ลูกสาวเป็นเบ็ดตกเหยื่อ กรรโชกทรัพย์อ่วม 8 ล้าน!
กลายเป็นคดีที่สะเทือนใจคนทั้งประเทศ เมื่อกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายมิจฉาชีพที่แฝงตัวในครอบครัว ใช้ “ลูกสาวแท้ๆ วัย 14 ปี” เป็นเครื่องมือล่อเหยื่อผ่านแอปฯ หาคู่ ก่อนข่มขู่กรรโชกทรัพย์เหยื่อรายละหลายล้านบาท
แผนประทุษกรรม: ใช้ความรักและกฎหมายเป็นกับดัก
ปฏิบัติการเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พร้อมเจ้าหน้าที่ ปคม. แถลงจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย คือ น.ส.ชมพูนุช (แม่), นายบุญฤทธิ์ (พ่อเลี้ยง) และนายกันณะเร็ชณ์ (ผู้ร่วมขบวนการ) ในข้อหา “เป็นอั้งยี่, กรรโชกทรัพย์ และฟอกเงิน”
น.ส.ชมพูนุช ใช้แอปฯ หาคู่ OMI ล่อลวงเหยื่อชายวัยทำงานที่มีฐานะดี เมื่อพูดคุยจนเหยื่อไว้ใจ เธอจะนัดพบแต่กลับส่งลูกสาววัย 14 ปี ไปแทนตัวเอง และเปิดโอกาสให้เกิดความสัมพันธ์ทางเพศ ก่อนเริ่มแผนข่มขู่เรียกเงิน
ตัวละครสมทบ: จากพ่อแม่ผู้โกรธแค้น สู่ “ผู้กำกับเก๊”
หลังเหยื่อตกหลุมพราง ขบวนการจะโทรศัพท์ข่มขู่ในคราบพ่อแม่ที่โกรธจัด อ้างจะดำเนินคดีพรากผู้เยาว์ หากไม่ยอมจ่ายเงิน 2-4 ล้านบาท เพื่อจบเรื่อง จากนั้นนายกันณะเร็ชณ์จะโทรศัพท์สมอ้างเป็น “ผู้กำกับการสถานีตำรวจ” ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้เหยื่อยอมโอนเงิน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 8 ล้านบาท
ปฏิบัติการบุกรวบและเส้นทางการเงิน
ตำรวจ ปคม. ตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุดในจังหวัดกาญจนบุรีและสิงห์บุรี ยึดของกลางจำนวนมาก ได้แก่
- โฉนดที่ดิน 3 ฉบับ
- สร้อยคอทองคำและพระเครื่อง 40 รายการ
- อาวุธปืนและสมุดบัญชีธนาคาร
รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดกว่า 4 ล้านบาท
บทสรุปและอุทาหรณ์เตือนใจ
แม้ผู้ต้องหาทั้งสามจะให้การปฏิเสธ แต่หลักฐานทางการเงินและพยานแวดล้อมแน่นหนา คดีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้สื่อออนไลน์ โดยเฉพาะการนัดพบคนแปลกหน้า เพราะ “ความรักในโลกออนไลน์” อาจกลายเป็นกับดักที่ทำให้สูญเสียทั้งทรัพย์สินและชื่อเสียงในชีวิตจริง




