อ.ส.ค. แจงยิบ! ปมค้างค่านมเกษตรกรสะสมกว่า 1,000 ล้าน แฉผลกระทบ FTA นมผงนอกภาษี 0% ทำน้ำนมดิบไทยล้นตลาด เร่งกู้ 600 ล้านเสริมสภาพคล่องจ่ายหนี้ชาวบ้าน
มวกเหล็ก, สระบุรี – เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 คณะผู้บริหารองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) นำโดย นายชัยณรงค์ เปาอินทร์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทน ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. ได้เปิดการแถลงข่าวชี้แจงประเด็นร้อนในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับสถานการณ์ภายในองค์กร โดยเฉพาะประเด็นการค้างชำระค่าน้ำนมดิบแก่เกษตรกร

ยอมรับค้างชำระ 1,000 ล้าน เหตุแบกรับซื้อนมส่วนเกิน
ทางผู้บริหาร อ.ส.ค. ยืนยันข้อเท็จจริงว่า ปัจจุบันมีภาระค้างชำระค่าน้ำนมดิบแก่เกษตรกรสะสมตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 รวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท โดยสาเหตุหลักมาจากการทำหน้าที่เป็น “กลไกกลาง” ในการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรเกินกว่าปริมาณที่ตกลงใน MOU เฉลี่ยวันละ 99 ตัน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไม่ให้ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำนมล้นตลาด ซึ่งนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงกุมภาพันธ์ 2569 มียอดรับซื้อสะสมเกินโควตากว่า 14,850 ตัน

แฉต้นตอวิกฤต: พิษเสรีนำเข้านมผง 0%
อ.ส.ค. ระบุว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้น้ำนมดิบไทยล้นตลาด คือการเปิดเสรีนำเข้านมผงจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ภายใต้ข้อตกลง FTA ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 ซึ่งกำหนดภาษีนำเข้าเป็น 0% ทำให้ปริมาณนมผงราคาถูกไหลเข้าสู่ตลาดไทยเพิ่มขึ้น กระทบต่อความต้องการใช้น้ำนมดิบภายในประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทำให้กำลังซื้อลดลง

กางแผนฟื้นฟู: กู้ 600 ล้าน จ่ายหนี้เกษตรกรลำดับแรก
เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่อง อ.ส.ค. อยู่ระหว่างดำเนินการขอกู้เงินสนับสนุนจากกองทุนสงเคราะห์จำนวน 600 ล้านบาท โดยยืนยันว่าเมื่อได้รับเงินจำนวนนี้จะนำไปจัดสรรชำระค่าน้ำนมดิบให้แก่เกษตรกรเป็นลำดับความสำคัญแรก นอกจากนี้ยังมีแผนระยะยาวในการปรับโครงสร้างธุรกิจ ดังนี้:
- แปรรูปเพิ่มมูลค่า: นำน้ำนมดิบส่วนเกินไปผลิตเป็น ครีม เนย และนมอัดเม็ด
- ขยายตลาดใหม่: พัฒนาผลิตภัณฑ์นมคุณภาพสูงและนมสำหรับผู้สูงอายุ
- เพิ่มจุดจำหน่าย: เปิดร้านจำหน่ายสินค้า อ.ส.ค. และ OTOP บริเวณศูนย์ท่องเที่ยวเชิงเกษตรฯ มวกเหล็ก ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกกรุงเทพฯ
แฉข่าวเด่นสรุป: การออกมาแถลงครั้งนี้ของ อ.ส.ค. เป็นการยอมรับความจริงถึงวิกฤตที่เกิดขึ้นพร้อมกางแผนแก้ไขที่ชัดเจน ซึ่งหัวใจสำคัญคือการปกป้องเกษตรกรโคนมไทยท่ามกลางมรสุมการค้าโลกที่รุนแรง




