เจาะลึกแผนชิงทอง 15 ล้าน! ‘โจรหมวกฟาง 2026’ พ่นสีรถอำพราง-ลอยคอหนีน้ำ

 

วิญญาณโจรในร่างใหม่? : เมื่อเงาของ “แจ็คกี้” กลับมาหลอนสุขุมวิท 50

พ่นสีรถอำพรางกล้อง ทิ้งหลักฐานลงคลอง และการลอยคอหนีน้ำอย่างเยือกเย็น… พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก แต่มันคือ “ลายเซ็น” ของอาชญากรที่เคยเขย่าขวัญร้านทองทั่วกรุงเทพฯ เมื่อ 7 ปีก่อน ซึ่งวันนี้ “เงา” ของเขากำลังกลับมาปรากฏชัดอีกครั้งในคดีชิงทองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบปี

 

ปฐมบทระทึก : ทอง 198 บาทที่หายไปในเงามืด

ยามวิกาลของวันที่ 30 มกราคม 2569 เวลา 23.30 น. ท้องที่ สน.พระโขนง กลายเป็นจุดสนใจของคนทั้งประเทศ เมื่อคนร้ายสวมวิญญาณจอมโจรบุกเดี่ยวชิงทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 15 ล้านบาท ก่อนจะหลบหนีหายไปในความมืดพร้อมกับปริศนาที่ทิ้งไว้ให้ชุดสืบสวน

แผนประทุษกรรมเหนือชั้น : “ลวงตา – ลวงใจ”

จากการสืบสวนนำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ พบว่าคนร้ายรายนี้ไม่ใช่โจรหน้าใหม่ แต่เป็น “นักวางแผน” ตัวยง เขาใช้เวลา ดูลาดเลานานถึง 2–3 วัน อย่างใจเย็นก่อนจะลงมือ พาหนะที่ใช้คือรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ที่ถูกขโมยมาจากย่านวัดสระเกศ (แจ้งความไว้ที่ สน.สำราญราษฎร์ เมื่อ 1 ม.ค. 69)

ความแยบยลเริ่มปรากฏชัดเมื่อพบว่า รถสีแดง-น้ำตาลคันเดิมถูก “พ่นสีบรอนซ์เงินทับ” เพื่อใช้คุณสมบัติการสะท้อนแสง หลอกตากล้องวงจรปิด ในยามค่ำคืน ทำให้ภาพที่ปรากฏในกล้องผิดเพี้ยนไปจากความจริง จนยากต่อการระบุลักษณะรถในทันที

มนุษย์กบกลางกรุง : เส้นทางหนีใต้น้ำ

หลังกวาดทองคำมูลค่ามหาศาลไปต่อหน้าต่อตาพนักงาน คนร้ายขับขี่หายเข้าไปในซอยอ่อนนุช 55/1 ก่อนจะทิ้งปริศนาไว้ที่ริมคลองประเวศ ชุดสืบสวนพบร่องรอยปูนแตกใหม่และ “ตะขอทองคำ 1 ชิ้น” ตกหล่นอยู่ แต่นั่นคือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การค้นพบรถจมโคลนใต้น้ำ

สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับต้องอึ้ง คือหลักฐานที่ยืนยันว่า หลังทิ้งรถจมคลอง คนร้ายเลือกที่จะ “ลงไปลอยคอในน้ำ” เป็นระยะทางไกลเพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจจับทางบก ก่อนจะปีนขึ้นฝั่งหายไปในเงามืดของคลองพัฒนาการ พฤติกรรมนี้ ถอดแบบมาจาก “แจ็คกี้” ราวกับพิมพ์เดียวกัน ทั้งความกล้าและความใจเย็นที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับผืนน้ำเพียงลำพังกลางดึก

ย้อนรอย 7 ปี : เงาหลอนที่ยังตามจับไม่ได้

เหตุใดพฤติกรรมนี้จึงทำให้ตำรวจสั่นสะเทือน? เพราะมันย้อนกลับไปสู่คดีเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 (7 ปีก่อน) ที่คนร้ายฉายา “แจ็คกี้” หรือ “โจรหมวกฟาง” เคยชิงทองกว่า 200 บาทไปได้และยังลอยนวลอยู่จนถึงวันนี้

พยานบุคคลอ้างว่าคนร้ายคนนี้มีแผนประทุษกรรมเหมือนกันเป๊ะ ทั้งการพรางตัว ท่าทางการเดินที่สม่ำเสมอ และการใช้ “อาวุธปืนปลอม” (ที่งมพบในคลองพัฒนาการเมื่อ 3 ก.พ.) เพื่อข่มขู่พนักงานแต่ลดภาระโทษทางกฎหมายหากถูกจับกุม ทุกย่างก้าวคือการคำนวณที่ถี่ถ้วน

เดิมพันสุดท้าย : ปิดล้อมล่าจอมโจรสายสมอง

ขณะนี้ กองทัพสื่อมวลชนยังคงปักหลักที่ สน.พระโขนง เพื่อรอความชัดเจนจากการปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัยของชุดสืบสวนมือพระกาฬจากหลายหน่วยงาน คำถามสำคัญคือ… ภายใต้หน้ากากนั้นคือ “แจ็คกี้คนเดิม” ที่กลับมาประกาศศักดา หรือเป็น “ทายาทอาชญากร” ที่ศึกษาแผนเก่าจนสมบูรณ์แบบ?

สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ… การปิดล้อมไล่ล่าครั้งนี้ คือเดิมพันครั้งใหญ่ของนครบาล ที่จะต้องกระชากหน้ากากผู้ที่บังอาจท้าทายกฎหมายด้วยแผนการที่แยบยลที่สุดในรอบหลายปีให้ได้!


Scroll to Top

แฉข่าวเด่น ใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า